หน้าหลัก OU/m³ คืออะไร และทำไมโรงงานวัด ppm ผ่านแต่ชาวบ้านยังร้องเรียนเรื่องกลิ่น

OU/m³ คืออะไร และทำไมโรงงานวัด ppm ผ่านแต่ชาวบ้านยังร้องเรียนเรื่องกลิ่น

หนึ่งในสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการหลายรายพบบ่อยคือ ผลการตร [...]

20/07/2026

หนึ่งในสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการหลายรายพบบ่อยคือ ผลการตรวจวัดค่าสารเคมีในอากาศผ่านเกณฑ์ทุกตัว แต่ชุมชนรอบโรงงานยังคงร้องเรียนเรื่องกลิ่นอยู่ดี บางรายมีหลักฐานการตรวจวัดครบถ้วน มีรายงานส่งหน่วยงาน แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายให้ชุมชนหรือเจ้าหน้าที่เข้าใจได้ว่าโรงงานไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหา หรือในทางกลับกัน บางโรงงานไม่รู้เลยว่าตัวเองมีปัญหากลิ่นจนกว่าจะมีคนมาร้องเรียน

ปัญหาทั้งสองกรณีนี้มีจุดร่วมเดียวกัน คือการวัดค่าที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ชุมชนกำลังรับรู้อยู่จริง เครื่องวัดแก๊สทั่วไปบอกได้ว่าอากาศปลอดภัยต่อสุขภาพพนักงานหรือไม่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ากลิ่นที่ลอยข้ามรั้วไปนั้นรบกวนชุมชนในระดับที่รับรู้ได้จริงหรือเปล่า และนั่นคือสิ่งที่กฎกระทรวง 2568 ต้องการให้โรงงานวัดให้ได้

ค่า ppm กับ OU/m³ ต่างกันอย่างไร

ค่า ppm กับ OU/m³ ต่างกันอย่างไร

ppm (Parts per million) คือหน่วยวัดความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศ บอกว่ามีสารนั้นอยู่กี่ส่วนในอากาศหนึ่งล้านส่วน เครื่องวัดแก๊สทั่วไปใช้หน่วยนี้ และถูกออกแบบมาเพื่อ ความปลอดภัยของพนักงาน ไม่ใช่แค่เพื่อประเมินผลกระทบต่อชุมชน

OU/m³ (Odour Unit per cubic metre) คือหน่วยวัดความเข้มข้นของกลิ่น บอกว่าต้องเจือจางอากาศตัวอย่างด้วยอากาศบริสุทธิ์กี่เท่า กลิ่นถึงจะจางจนมนุษย์เริ่มไม่รู้สึก ค่านี้สะท้อนการรับรู้ของมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่ความเข้มข้นทางเคมีเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น กลิ่นสารเมอร์แคปแทน (Mercaptans) ที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรงคล้ายกระเทียม หรือกะหล่ำปลีเน่า ซึ่งมนุษย์เริ่มได้กลิ่นที่ความเข้มข้นเพียง 0.000002 ppm แต่เครื่องวัดแก๊สทั่วไปอ่านค่าได้ต่ำสุดที่ประมาณ 0.1 ppm ผลคือเครื่องวัดโชว์ 0.00 (ปลอดภัย) ขณะที่ชาวบ้านได้กลิ่นจนทนไม่ไหว นั่นหมายความว่าโรงงานที่วัดแค่ ppm อาจมีข้อมูลครบตามที่เคยทำมา แต่ยังขาดข้อมูลที่กฎกระทรวง 2568 ต้องการและที่ชุมชนรับรู้อยู่จริง

ค่ามาตรฐาน OU/m³ ตามกฎกระทรวง 2568

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2568 ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2568 กำหนดค่าความเข้มกลิ่นสูงสุดที่โรงงานระบายออกได้ โดยครอบคลุมโรงงาน 24 ประเภท และแบ่งเกณฑ์ตามพื้นที่ตั้งกับจุดตรวจวัด

โรงงานรายการที่ 1–22 และ 24

ในเขตอุตสาหกรรม

  • ที่ริมรั้วหรือขอบเขตโรงงาน: ไม่เกิน 30 OU/m³
  • ที่ปล่องระบาย: ไม่เกิน 1,000 OU/m³

นอกเขตอุตสาหกรรม

  • ที่ริมรั้วหรือขอบเขตโรงงาน: ไม่เกิน 15 OU/m³
  • ที่ปล่องระบาย: ไม่เกิน 300 OU/m³

โรงงานยาง (รายการที่ 23)

  • ที่ริมรั้ว: ไม่เกิน 30 OU/m³
  • ที่ปล่องระบาย: ไม่เกิน 2,500 OU/m³

ค่าที่ริมรั้วถือว่าต่ำมาก กลิ่นที่ดูเหมือนเบาบางในโรงงานอาจเกินเกณฑ์ที่รั้วได้ไม่ยาก เพราะลมและอุณหภูมิมีผลต่อการกระจายตัวของกลิ่นอย่างมาก และกฎหมายยังกำหนดชัดเจนว่าห้ามใช้วิธีเจือจางอากาศเพื่อให้ค่ากลิ่นลดลง เช่น การเพิ่มพัดลมหรือเปิดช่องระบายอากาศเพื่อให้กลิ่นกระจายเร็วขึ้น วิธีเหล่านี้ไม่นับว่าเป็นการบำบัด โรงงานต้องแก้ที่แหล่งกำเนิดจริง

ทำไมโรงงานถึงวัด ppm ผ่านแต่ยังมีปัญหากลิ่น

เครื่องวัดแก๊ส (Gas Detector) และการวัดกลิ่น (Odour Measurement) มีวัตถุประสงค์ต่างกัน และการนำผลจากเครื่องมือหนึ่งมาอ้างอิงแทนอีกอย่างมักทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ส่งผลต่อการจัดการปัญหากลิ่นในระยะยาว

  • Gas Detector ใช้ดูแลความปลอดภัยของพนักงานในโรงงาน เกณฑ์ที่ใช้อ้างอิงมาจากมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
  • การวัดกลิ่น (OU/m³) ใช้ประเมินว่ากลิ่นที่ลอยออกไปรบกวนชุมชนในระดับที่รับรู้ได้หรือไม่ เกณฑ์อ้างอิงมาจากการรับรู้จริงของมนุษย์

สารเคมีหลายชนิดมนุษย์รับรู้กลิ่นได้ตั้งแต่ความเข้มข้นต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยมาก ทำให้ค่า ppm ที่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยกับกลิ่นที่ชุมชนได้รับอยู่คนละเรื่องกัน โรงงานที่วัดแค่ ppm จึงอาจมีข้อมูลครบตามที่เคยทำมา แต่ยังขาดข้อมูลที่บอกได้จริงว่ากลิ่นที่ปล่อยออกไปอยู่ในระดับที่ชุมชนรับรู้ได้หรือไม่

วิธีตรวจวัดกลิ่นรบกวนให้ได้ค่า OU/m³ ที่ถูกต้อง

การวัดค่า OU/m³ ที่อ้างอิงกฎหมายได้ต้องใช้วิธี Sensory Test หรือ Dynamic Olfactometry ซึ่งกฎกระทรวง 2568 กำหนดให้เป็นวิธีหลักในการตรวจวัดความเข้มกลิ่น ไม่ใช่การวัดด้วยเครื่องมือทั่วไป

กระบวนการเริ่มจากการเก็บตัวอย่างอากาศจากจุดที่ต้องการตรวจวัด แล้วนำมาเจือจางด้วยอากาศบริสุทธิ์ในสัดส่วนต่างๆ ผ่านเครื่อง Olfactometer จากนั้นผู้ดมกลิ่น (Panelist) ที่ขึ้นทะเบียนกับ กรอ. หรือ คพ. อย่างน้อย 6 คน ดมและประเมินว่าเริ่มรับรู้กลิ่นที่ความเจือจางระดับใด ก่อนนำผลมาคำนวณเป็นค่า OU/m³ ทางสถิติ ผลที่ได้นำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ของกฎกระทรวง 2568 และใช้ประกอบการชี้แจงต่อหน่วยงานหรือกรณีข้อร้องเรียนได้

ควรตรวจวัดกลิ่นที่จุดไหนบ้าง

ควรตรวจวัดกลิ่นที่จุดไหนบ้าง

กฎกระทรวง 2568 กำหนดค่ามาตรฐานไว้ 2 จุดที่ต่างกัน และโรงงานที่วัดเฉพาะที่ปล่องอาจไม่รู้ว่ากลิ่นที่ถึงรั้วอยู่ในระดับเท่าไหร่ เพราะลม อุณหภูมิ และภูมิประเทศล้วนส่งผลต่อการกระจายตัวของกลิ่น

  • ที่ปล่องระบาย วัดความเข้มกลิ่นของอากาศที่ปล่อยออกจากแหล่งกำเนิดโดยตรง ใช้ประเมินว่าระบบบำบัดกลิ่นที่มีอยู่ยังได้ประสิทธิภาพหรือไม่
  • ที่ริมรั้วโรงงาน วัดกลิ่นในบรรยากาศทั่วไปก่อนถึงชุมชน ใช้ประเมินว่ากลิ่นที่แพร่กระจายออกมาเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

E-Nose ช่วยในการตรวจวัดกลิ่นรบกวนได้อย่างไร

Sensory Test ให้ค่า OU/m³ ที่อ้างอิงกฎหมายได้ แต่บอกได้เฉพาะช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่าง ไม่ได้บอกว่ากลิ่นเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน หรือเกิดช่วงเวลาใดของวัน E-nose Station เข้ามาเติมส่วนนี้ด้วยการติดตามค่ากลิ่นต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เห็นได้ว่ากลิ่นพุ่งสูงช่วงใด สัมพันธ์กับกิจกรรมใดของโรงงาน และดีขึ้นหรือไม่หลังปรับปรุงระบบ ในงานจริงจึงมักใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน Sensory Test สำหรับค่า OU/m³ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และ E-Nose สำหรับติดตามแนวโน้มและแจ้งเตือนก่อนกลิ่นเกินเกณฑ์

ENVI Sense ให้บริการทั้งการตรวจวัดกลิ่นรบกวนด้วย Sensory Test และระบบ E-nose สำหรับเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้โรงงานวางแนวทางแก้ไขได้จากข้อมูลจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

OU/m³ คืออะไร

OU/m³ หรือ Odour Unit per cubic metre คือหน่วยวัดความเข้มข้นของกลิ่น บอกว่าต้องเจือจางอากาศตัวอย่างกี่เท่าจึงจะเหลือกลิ่นในระดับที่มนุษย์เริ่มรับรู้ได้พอดี ยิ่งค่าสูงหมายความว่ากลิ่นยิ่งแรง

ทำไมวัด ppm ผ่านแต่ยังมีข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่น 

เพราะ ppm วัดความปลอดภัยทางสุขภาพ ไม่ใช่การรับรู้กลิ่น สารเคมีบางชนิดมนุษย์ดมได้ที่ความเข้มข้นต่ำกว่าเกณฑ์ ppm มาก ดังนั้นเครื่องวัดแก๊สอาจโชว์ปลอดภัย แต่ชาวบ้านยังได้กลิ่นรบกวนได้

กฎกระทรวง 2568 กำหนดค่า OU/m³ ที่ริมรั้วไว้เท่าไหร่ 

ในเขตอุตสาหกรรมไม่เกิน 15 OU/m³ และนอกเขตอุตสาหกรรมไม่เกิน 10 OU/m³ ที่ริมรั้วโรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่ต่ำและโรงงานควรตรวจวัดจริงเพื่อให้รู้ว่าตัวเองอยู่ในระดับใด

การตรวจวัดกลิ่นรบกวนต้องทำโดยใคร 

กฎกระทรวง 2568 กำหนดให้ใช้ Sensory Test โดยผู้ดมกลิ่น (Panelist) ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือกรมควบคุมมลพิษอย่างน้อย 6 คน ผลที่ได้จึงจะมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการอ้างอิงทางกฎหมาย

E-Nose วัดค่า OU/m³ ได้ไหม 

E-Nose ให้ค่าสัมพัทธ์ที่ใช้ดูแนวโน้มได้ดี แต่ไม่ใช่ค่า OU/m³ ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดโดยตรง สำหรับงาน Compliance ต้องใช้ Sensory Test ส่วน E-Nose เหมาะกับการเฝ้าระวังต่อเนื่องและหาช่วงเวลาที่กลิ่นเกิดขึ้น

โรงงานที่ไม่ใช่ 24 ประเภทตามกฎหมายต้องตรวจวัดกลิ่นไหม 

ไม่มีข้อบังคับโดยตรง แต่ถ้าอยู่ใกล้ชุมชนและมีกระบวนการที่อาจก่อให้เกิดกลิ่น การมีข้อมูล OU/m³ ไว้ล่วงหน้าช่วยให้มีหลักฐานรองรับหากถูกร้องเรียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *