หน้าหลัก จมูกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Nose) คืออะไร? ทำงานอย่างไร และโรงงานใช้ตรวจวัดกลิ่นรบกวนได้อย่างไร

จมูกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Nose) คืออะไร? ทำงานอย่างไร และโรงงานใช้ตรวจวัดกลิ่นรบกวนได้อย่างไร

ปัญหากลิ่นรบกวนในโรงงานมักถูกตรวจสอบด้วยการให้คนเดินดม [...]

24/06/2026

ปัญหากลิ่นรบกวนในโรงงานมักถูกตรวจสอบด้วยการให้คนเดินดม ซึ่งนอกจากจะไม่ต่อเนื่องแล้ว ยังขึ้นอยู่กับว่าใครดม วันไหนดม และอากาศในวันนั้นเป็นอย่างไร ทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่สามารถนำไปวิเคราะห์หรืออ้างอิงได้จริง จมูกอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Nose เข้ามาแก้ข้อจำกัดตรงนี้ ด้วยการเปลี่ยนกลิ่นจากสิ่งที่รู้สึกได้ให้กลายเป็นข้อมูลที่บันทึก วิเคราะห์ และเปรียบเทียบได้

 

จมูกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Nose) คืออะไร

จมูกอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Nose (E-Nose) คือระบบตรวจวัดกลิ่นที่ใช้เซนเซอร์หลายตัวร่วมกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อแปลงกลิ่นในอากาศให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลที่สามารถบันทึก ติดตาม และนำไปวิเคราะห์ต่อได้

หลักการคือการจำลองการทำงานของจมูกมนุษย์ แต่แทนที่จะใช้เซลล์ประสาทรับกลิ่น ระบบจะใช้เซนเซอร์ก๊าซหลายตัวที่ตอบสนองต่อสารระเหย (VOC) ในระดับที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ “ลายเซ็นกลิ่น” เฉพาะของตัวอย่างนั้น ซึ่ง AI จะนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลและแสดงผลออกมาเป็นตัวเลขหรือกราฟที่ทีมงานอ่านและตัดสินใจได้ทันที

E-Nose ทำงานอย่างไร

  1. ดูดอากาศตัวอย่างเข้าระบบ ปั๊มดูดอากาศจากพื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบเข้ามาสัมผัสกับชุดเซนเซอร์ เหมือนการสูดหายใจเพื่อดมกลิ่น
  2. เซนเซอร์จับลายเซ็นกลิ่น เซนเซอร์แต่ละตัวตอบสนองต่อสารระเหยในอากาศในระดับที่ต่างกัน รวมกันเป็น pattern เฉพาะที่สะท้อนลักษณะของกลิ่นตัวอย่างนั้น
  3. AI วิเคราะห์และแสดงผล ซอฟต์แวร์นำ pattern ที่ได้มาวิเคราะห์เทียบกับฐานข้อมูล แล้วแสดงผลเป็นค่าความเข้มกลิ่น กราฟแนวโน้ม หรือการแจ้งเตือนเมื่อค่าเกินเกณฑ์ที่กำหนด

E-Nose มี 2 แบบที่ใช้งานต่างกัน

E-Nose มีอยู่ 2 แบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานต่างกัน แบบหนึ่งติดตั้งถาวรเพื่อเฝ้าระวังต่อเนื่อง อีกแบบพกพาเพื่อลงสำรวจหน้างาน ดังนั้น การใช้งานควรเลือกให้ตรงกับลักษณะปัญหาจะทำให้ข้อมูลที่ได้นำไปใช้งานได้จริง

E-nose Station สำหรับเฝ้าระวังต่อเนื่อง

E-nose Station คือสถานีตรวจวัดกลิ่นแบบติดตั้งถาวร ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมีทีมงานคอยประจำ ข้อมูลถูกส่งขึ้น Cloud แบบ Real-time ดูได้ผ่าน Dashboard บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ และแจ้งเตือนผ่าน Line bot ทันทีเมื่อค่ากลิ่นเกินระดับที่กำหนด

เหมาะกับการติดตั้งบริเวณแนวรั้วโรงงาน จุดใกล้แหล่งกำเนิดกลิ่นหลัก หรือพื้นที่ที่กลิ่นมักพัดถึงชุมชนก่อน เพื่อให้ทีมงานรู้สถานการณ์ก่อนที่กลิ่นจะแพร่กระจายออกไป

Movable E-Nose สำหรับสำรวจและหาต้นเหตุ

อุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่นแบบเคลื่อนที่ใช้สำรวจกลิ่นหลายจุดในพื้นที่จริง ทีมสามารถสำรวจได้รอบโรงงาน เก็บข้อมูลตามจุดต่างๆ แล้วนำมาวิเคราะห์เป็นแผนที่กลิ่น (Smell Fingerprint) ด้วยเทคนิค PCA และ Cluster Analysis เพื่อหาว่ากลิ่นแรงที่สุดที่จุดไหนและมาจากแหล่งกำเนิดใด

เหมาะกับงาน investigate หลังได้รับข้อร้องเรียน การสำรวจก่อนวางแผนติดตั้ง E-nose Station และการทำฐานข้อมูลกลิ่นของแหล่งกำเนิดแต่ละจุด

โรงงานใช้ E-Nose ตรวจวัดกลิ่นรบกวนได้อย่างไร

โรงงานใช้ E-Nose ตรวจวัดกลิ่นรบกวนได้อย่างไร

ในทางปฏิบัติ ทั้งสองแบบมักใช้ร่วมกันมากกว่าใช้แยกกัน Station ทำหน้าที่คอยจับสัญญาณผิดปกติในพื้นที่ตลอดเวลา ส่วน Movable ลงสำรวจเพื่อหาต้นเหตุเมื่อพบว่าค่ากลิ่นสูงผิดปกติ

  • E-nose Station ตรวจจับและแจ้งเตือนทันที พร้อมบันทึกเวลา ค่ากลิ่น และข้อมูลสภาพอากาศในช่วงนั้นไว้อัตโนมัติ
  • ทีมลงสำรวจด้วย Movable E-Nose โดยใช้ข้อมูลจาก Station ระบุพื้นที่เป้าหมาย แล้วเก็บข้อมูลหลายจุดเพื่อดูว่ากลิ่นเข้มที่สุดอยู่ที่ไหนและมาจากทิศทางใด
  • วิเคราะห์ Smell Fingerprint เปรียบเทียบลายเซ็นกลิ่นที่เก็บได้กับข้อมูลกลิ่นของแหล่งกำเนิดแต่ละจุดที่บันทึกไว้ เพื่อระบุว่าต้นเหตุน่าจะมาจากกระบวนการหรือจุดใด
  • วางแผนแก้ไขตรงจุด เมื่อรู้ต้นเหตุชัดเจนแล้ว การแก้ไขจะไม่ใช่การลองผิดลองถูก และสามารถติดตามผลได้หลังปรับปรุง

นอกจากนี้ข้อมูลย้อนหลังจาก E-nose Station ยังช่วยให้โรงงานมีข้อมูลรองรับเมื่อมีข้อร้องเรียน โดยสามารถดูย้อนหลังได้ว่าช่วงที่ชุมชนแจ้งว่ามีกลิ่นนั้น ค่าที่ระบบบันทึกไว้เป็นอย่างไร และทิศลมพัดไปทางไหน

ข้อจำกัดของ E-Nose ที่โรงงานควรรู้

E-Nose มีประสิทธิภาพสูงในงานเฝ้าระวังต่อเนื่องและการหาแนวโน้ม แต่มีข้อจำกัดที่ควรเข้าใจก่อนวางแผนใช้งาน

  • ต้อง Calibrate สม่ำเสมอ เซนเซอร์มีความเสื่อมตามการใช้งานและสภาพแวดล้อม การ Calibrate ตามรอบที่กำหนดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าข้ามขั้นตอนนี้ค่าที่อ่านได้อาจไม่สะท้อนสภาพจริง
  • ค่าที่ได้เป็น relative ไม่ใช่ absolute E-Nose บอกแนวโน้มและ pattern ของกลิ่นได้ดี แต่ไม่ได้ให้ค่า OU/m³ ที่อ้างอิงมาตรฐานกฎหมายโดยตรงเหมือน Sensory Test
  • ต้องใช้ร่วมกับ Sensory Test สำหรับงาน Compliance สำหรับงานที่ต้องพิสูจน์ค่ากลิ่นตามกฎกระทรวง 2568 หรือชี้แจงต่อหน่วยงาน แนะนำให้ใช้ E-Nose เป็นระบบเฝ้าระวังและหาช่วงเวลาที่เหมาะสม แล้วทำ Sensory Test เพื่อยืนยันค่ามาตรฐาน

E-Nose เหมาะกับอุตสาหกรรมใดบ้าง

  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม เช่น โรงงานปลา ไก่ แป้ง น้ำตาล ที่กลิ่นเปลี่ยนตามรอบการผลิตและวัตถุดิบที่ใช้แต่ละวัน
  • โรงงานยางและผลิตภัณฑ์ยาง ที่กลิ่นจากวัตถุดิบและกระบวนการให้ความร้อนมักพัดถึงชุมชนในช่วงลมเปลี่ยนทิศ
  • โรงงานเคมีและปิโตรเคมี ที่ต้องเฝ้าระวังสารระเหยในพื้นที่รอบโรงงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและข้อร้องเรียน
  • ระบบบำบัดน้ำเสีย (WWTP) และบ่อขยะ ที่กลิ่นจากการย่อยสลายอินทรีย์มักรุนแรงขึ้นในช่วงอากาศร้อนหรืออากาศนิ่ง
  • นิคมอุตสาหกรรม ที่มีหลายแหล่งกำเนิดกลิ่นในพื้นที่เดียวกัน และต้องการ Centralized Monitoring เพื่อวิเคราะห์ที่มาของกลิ่น

ENVI Sense ให้บริการทั้ง E-nose Station สำหรับเฝ้าระวังต่อเนื่อง และอุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่นแบบเคลื่อนที่สำหรับสำรวจและวิเคราะห์หาต้นเหตุ พร้อมบริการออกแบบระบบและวิเคราะห์ข้อมูลการตรวจวัดกลิ่นรบกวน โดยโรงงานสามารถนำไปวางแผนแก้ไขได้จากข้อมูลจริง 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. จมูกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Nose) คืออะไร
    E-Nose คือระบบตรวจวัดกลิ่นที่ใช้เซนเซอร์หลายตัวร่วมกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อแปลงกลิ่นในอากาศให้เป็นข้อมูลดิจิทัลที่บันทึกและติดตามได้ต่อเนื่อง แทนการพึ่งพาการดมกลิ่นด้วยคนเพียงอย่างเดียว
  2. E-Nose ต่างจากการให้คนดมกลิ่นอย่างไร
    คนดมกลิ่นให้ข้อมูลเฉพาะช่วงเวลาที่อยู่ในพื้นที่และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายในวันนั้น ส่วน E-Nose เก็บข้อมูลต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ให้ค่าที่เปรียบเทียบได้ในระยะยาว และไม่มีความเหนื่อยล้าหรือความคุ้นชินกับกลิ่น
  3. E-Nose Station กับ Movable E-Nose ต่างกันอย่างไร
    E-nose Station ติดตั้งถาวรสำหรับเฝ้าระวังต่อเนื่องและแจ้งเตือนอัตโนมัติ ส่วน Movable E-Nose พกพาไปสำรวจหลายจุดเพื่อทำแผนที่กลิ่นและค้นหาแหล่งกำเนิด ในงานจริงมักใช้ร่วมกันเพราะตอบโจทย์คนละมิติ
  4. E-Nose ใช้แทน Sensory Test ได้ไหม
    ใช้แทนกันไม่ได้ E-Nose เหมาะกับการเฝ้าระวังต่อเนื่องและดูแนวโน้ม ส่วน Sensory Test ให้ค่า OU/m³ ที่อ้างอิงมาตรฐานกฎหมายได้โดยตรง สำหรับงาน Compliance ตามกฎกระทรวง 2568 ควรใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน
  5. โรงงานขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ E-Nose ไหม
    ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากชุมชนและลักษณะกระบวนการผลิต โรงงานที่อยู่ใกล้ชุมชนหรือมีประวัติข้อร้องเรียนควรพิจารณา เพราะข้อมูลที่ได้ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การสื่อสารกับชุมชนมีน้ำหนักขึ้นมาก
  6. E-Nose ต้องดูแลรักษาอย่างไร
    เซนเซอร์ต้องได้รับการ Calibrate ตามรอบที่กำหนด และตรวจสอบสภาพสม่ำเสมอ เพื่อให้ค่าที่อ่านได้สะท้อนสภาพจริงของกลิ่นในพื้นที่ ทีม ENVI Sense ดูแลส่วนนี้รวมถึงการแจ้งเตือนเมื่อระบบมีความผิดปกติ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *