ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษปี 2568 ระบุว่าทั่วประเทศไทยมีสถานที่กำจัดขยะที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการมากถึง 1,965 แห่ง เทียบกับสถานที่ที่ถูกต้องเพียง 114 แห่ง และยังมีขยะที่กำจัดไม่ถูกต้องอีกถึง 7.47 ล้านตันต่อปี ตัวเลขเหล่านี้เป็นฉากหลังของข่าวปัญหาบ่อขยะส่งกลิ่นเหม็นที่ปรากฏในหลายจังหวัดต่อเนื่องตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ตั้งแต่บ่อขยะเทศบาลที่ตรังซึ่งมีขยะสะสมกว่า 20,000 ตันหลังสัญญาจ้างเอกชนกำจัดขยะหมดอายุตั้งแต่ต้นปี 2569 ไปจนถึงกรณีลักลอบทิ้งขยะที่อยุธยาและบ่อขยะไม่ได้รับอนุญาตที่ชลบุรี ซึ่งล้วนสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนโดยรอบทั้งสิ้น

ปัญหาขยะและกลิ่นยังไม่มีทีท่าจะหมดไปในเร็ววัน
สัดส่วนระหว่างสถานที่กำจัดขยะที่ถูกต้อง 114 แห่ง กับที่ไม่ถูกต้อง 1,965 แห่ง หมายความว่าขยะส่วนใหญ่ของประเทศยังถูกกำจัดในพื้นที่ที่ไม่มีระบบควบคุมมลพิษที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผากลางแจ้ง การฝังกลบแบบไม่มีระบบป้องกัน หรือการสะสมขยะในพื้นที่ที่ไม่มีใบอนุญาต
เมื่อขยะอินทรีย์ย่อยสลายในสภาพที่ขาดออกซิเจน จะเกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ แอมโมเนีย และสารระเหยอินทรีย์หลายชนิดที่มีกลิ่นรุนแรงแม้ในความเข้มข้นต่ำ อุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อนยิ่งเร่งอัตราการย่อยสลายและทำให้กลิ่นแพร่กระจายได้ไกลขึ้น ชุมชนที่อยู่ในรัศมีหลายกิโลเมตรจึงอาจได้รับกลิ่นแบบไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับทิศลมและช่วงเวลาของวัน ซึ่งทำให้การร้องเรียนและการแก้ปัญหาทำได้ยากกว่าที่ควรจะเป็น ตราบใดที่จำนวนสถานที่กำจัดขยะที่ไม่ได้มาตรฐานยังมีมากกว่าที่ถูกต้องหลายเท่าตัว ปัญหากลิ่นเหม็นจากบ่อขยะก็มีแนวโน้มจะยังเกิดขึ้นซ้ำในหลายพื้นที่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ทำไมแค่รู้ว่า “เหม็น” ไม่พอจะแก้ปัญหาได้จริง?
กลิ่นเป็นสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยจมูก แต่ความรุนแรงของกลิ่นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามทิศทางลม อุณหภูมิ และช่วงเวลาของวัน ทำให้การร้องเรียนด้วยคำบอกเล่าอย่างเดียวมักไม่เพียงพอสำหรับหน่วยงานที่ต้องตัดสินใจว่าจะแก้ปัญหาตรงไหนก่อน หรือสำหรับผู้ดูแลบ่อขยะที่ต้องพิสูจน์ว่าปรับปรุงจนกลิ่นลดลงจริงหรือไม่
| ประเด็น | ข้อมูลทั่วไป | ข้อมูลจากการตรวจวัด |
| ช่วงเวลาที่กลิ่นแรง | บอกช่วงเวลาเกิดกลิ่นคร่าวๆ เช่น กลางคืน หรือกลางวัน | ระบุวันและช่วงเวลาชัดเจนจากการเฝ้าระวังต่อเนื่อง |
| ต้นตอของกลิ่น | คาดเดาจากตำแหน่งที่ได้กลิ่นแรงที่สุด | เปรียบเทียบรูปแบบกลิ่นหลายจุดเพื่อหาแหล่งกำเนิดจริง |
| การอ้างอิงกับหน่วยงานหรือคู่กรณี | เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล โต้แย้งได้ง่าย | เป็นข้อมูลเชิงตัวเลขที่ใช้ประกอบการเจรจาหรือร้องเรียนได้ |
ข้อมูลจากการตรวจวัดกลิ่นช่วยอะไรได้บ้างเมื่อเกิดปัญหาบ่อขยะ
ช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นเห็นภาพรวมว่าควรแก้ปัญหาจุดไหนก่อน บ่อขยะมีหลายจุดที่อาจเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่น ทั้งพื้นที่ฝังกลบ จุดรับขยะใหม่ ระบบน้ำชะขยะ หรือจุดเผา การตรวจวัดหลายจุดพร้อมกันช่วยให้รู้ว่าจุดใดมีค่ากลิ่นสูงสุดและควรจัดการก่อน แทนที่จะใช้งบประมาณปรับปรุงทุกจุดโดยไม่มีลำดับความสำคัญ
ใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับเจรจากับผู้ดูแลบ่อขยะหรือผู้ประกอบการ ข้อมูลเชิงตัวเลขที่ระบุช่วงเวลา ทิศทาง และความเข้มข้นของกลิ่นมีน้ำหนักมากกว่าคำร้องเรียนด้วยความรู้สึก และช่วยให้การเจรจาเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงมากกว่าการโต้แย้งว่าใครถูกใครผิด
ติดตามได้ว่าหลังปรับปรุงแล้วกลิ่นลดลงจริงหรือไม่ การมีข้อมูลก่อนและหลังการแก้ไขทำให้ประเมินได้ว่ามาตรการที่ลงทุนไปได้ผลจริง และหากกลิ่นยังไม่ลดลงก็ยังรู้ว่าต้องปรับตรงไหนต่อ
ลดความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับผู้ดูแลพื้นที่ เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน การพูดคุยจะอยู่บนพื้นฐานเดียวกันมากกว่าการโต้แย้งด้วยความรู้สึกคนละชุด

ENVI Sense กับปัญหาพื้นที่บ่อขยะ
ENVI Sense เคยเข้าไปช่วยพื้นที่บ่อขยะหลายแห่งด้วย workflow ที่เริ่มจากการสำรวจหลายจุดรอบบ่อขยะและพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงด้วย Mobile ENVI ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการของบริการตรวจวัดกลิ่นสิ่งแวดล้อมเพื่อทำแผนที่กลิ่น (Smell Fingerprint) และระบุว่าจุดใดมีค่ากลิ่นสูงผิดปกติในช่วงเวลาใด
เมื่อระบุจุดเสี่ยงได้แล้ว จะติดตั้ง E-nose Station ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อเฝ้าระวังกลิ่นต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน Line bot เมื่อค่ากลิ่นเกินระดับที่กำหนด ทำให้ทั้งหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน และสามารถตอบสนองได้ทันก่อนที่กลิ่นจะสร้างความเดือดร้อนซ้ำ หากพื้นที่ของคุณกำลังเจอปัญหากลิ่นจากบ่อขยะหรือแหล่งกำเนิดอื่นในชุมชน ติดต่อทีมงานได้ที่โทร 083-699-3986 หรือแชททาง LINE @envi-sense
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใครมีหน้าที่รับผิดชอบเมื่อบ่อขยะส่งกลิ่นรบกวนชุมชน
โดยทั่วไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเทศบาลหรืออบต.เป็นผู้รับผิดชอบดูแลสถานที่กำจัดขยะในพื้นที่ หากบ่อขยะเป็นของเอกชนที่รับจ้างกำจัด ผู้ประกอบการก็มีหน้าที่ควบคุมไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนตามพ.ร.บ.การสาธารณสุขเช่นกัน ชาวบ้านสามารถร้องเรียนไปยังหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ได้โดยตรง
ร้องเรียนเรื่องกลิ่นบ่อขยะไปแล้วแต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำอย่างไรต่อ
ลองขอให้มีการตรวจวัดกลิ่นอย่างเป็นระบบเพื่อให้มีข้อมูลยืนยันความรุนแรงและช่วงเวลาที่ชัดเจน แล้วนำไปยื่นร้องเรียนซ้ำพร้อมหลักฐานต่อหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด ข้อมูลที่จับต้องได้มักช่วยเร่งกระบวนการพิจารณาให้เร็วขึ้นกว่าการร้องเรียนด้วยคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว
ตรวจวัดกลิ่นสิ่งแวดล้อมรอบบ่อขยะต้องตรวจกี่จุดถึงจะครอบคลุม
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ทิศทางลม และตำแหน่งของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยทั่วไปจะเริ่มจากการสำรวจหลายจุดรอบบ่อขยะและพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงก่อน แล้วค่อยเลือกจุดที่เหมาะสมสำหรับเฝ้าระวังต่อเนื่องในระยะยาว
ข้อมูลจากการตรวจวัดกลิ่นเอาไปใช้ร้องเรียนหรือเจรจาได้จริงไหม
ใช้ประกอบการร้องเรียนและเจรจาได้ เพราะเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขที่ชัดเจนกว่าการบอกเล่าด้วยความรู้สึก แต่หากต้องใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบว่าต้องใช้วิธีตรวจวัดตามมาตรฐานที่หน่วยงานราชการกำหนดหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลมีน้ำหนักครบถ้วน
ตรวจวัดกลิ่นสิ่งแวดล้อมรอบบ่อขยะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล
การสำรวจหาต้นตอเบื้องต้นอาจเห็นผลได้ภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่หากต้องการข้อมูลแนวโน้มระยะยาวเพื่อวางแผนแก้ปัญหาหรือติดตามผลหลังปรับปรุง ควรเฝ้าระวังต่อเนื่องอย่างน้อยหลักเดือนเพื่อให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจนในทุกฤดูกาล
