หน้าหลัก ทำความรู้จักบริการทดสอบกลิ่น Sensory Test โรงงานควรรู้อะไรก่อนจ้างให้ถูกมาตรฐาน

ทำความรู้จักบริการทดสอบกลิ่น Sensory Test โรงงานควรรู้อะไรก่อนจ้างให้ถูกมาตรฐาน

โรงงานที่ตัดสินใจรับตรวจกลิ่นครั้งแรกมักพบว่าตัวเองไม่ร [...]

03/08/2026

โรงงานที่ตัดสินใจรับตรวจกลิ่นครั้งแรกมักพบว่าตัวเองไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน บางแห่งโทรถามราคาแล้วยังไม่แน่ใจว่าจ้างแล้วได้อะไรกลับมา บางแห่งเคยทำมาก่อนแต่ได้รายงานที่อ่านแล้วไม่รู้จะนำไปทำอะไรต่อ การรับตรวจกลิ่นที่ได้ผลจริงไม่ใช่แค่การจ้างคนมาดมแล้วออกรายงาน แต่คือการได้ข้อมูลที่ตรงกับปัญหาจริงของโรงงาน และนำไปสู่การแก้ไขที่มีทิศทาง

โรงงานจะตรวจกลิ่นเพื่ออะไรได้บ้าง

ก่อนจ้างบริการควรรู้ก่อนว่าต้องการข้อมูลแบบไหน เพราะวัตถุประสงค์ที่ต่างกันส่งผลต่อจุดเก็บตัวอย่าง ช่วงเวลา และวิธีการที่ใช้ รวมถึงรายละเอียดวิธี Sensory Test ที่ใช้ในการตรวจวัดกลิ่น

  • เพื่อใช้ประกอบงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตรวจวัดความเข้มกลิ่นจากจุดและประเภทกิจการที่อยู่ในขอบเขต โดยต้องตรวจวิธี จุดเก็บตัวอย่าง และเกณฑ์ที่ใช้กับโรงงานนั้นก่อน
  • เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพระบบบำบัด เก็บตัวอย่างก่อนและหลังระบบบำบัดกลิ่น เพื่อดูว่าระบบที่มีอยู่ลดกลิ่นได้จริงในระดับที่ต้องการหรือไม่ ช่วยวางแผน Maintenance หรือการปรับปรุงระบบได้ตรงจุด
  • เพื่อเปรียบเทียบจุดที่สงสัย เมื่อมีข้อร้องเรียน การเก็บตัวอย่างตามแผนอาจช่วยบอกว่าจุดใดมีค่าความเข้มกลิ่นสูงกว่า แต่ Sensory Test เพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันต้นเหตุของกลิ่นที่เกิดเป็นช่วงได้
  • เพื่อเก็บข้อมูล Baseline โรงงานที่ยังไม่มีประวัติข้อร้องเรียนแต่ต้องการข้อมูลอ้างอิงไว้ก่อน หากเกิดข้อร้องเรียนในอนาคตจะมีข้อมูลจากช่วงเวลาที่ตรวจไว้ใช้ประกอบการเปรียบเทียบ โดยไม่ใช้แทนข้อมูลของเหตุการณ์คนละช่วงเวลา

โรงงานควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเริ่มตรวจกลิ่น

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้ข้อมูลสะท้อนสภาพจริงของโรงงาน และทำให้ผลการตรวจวัดมีประโยชน์จริงในทางปฏิบัติ สิ่งที่โรงงานทำก่อนวันนัดมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของข้อมูลที่จะได้กลับไป

  • ดำเนินการผลิตตามปกติในช่วงที่เก็บตัวอย่าง ไม่ควรหยุดหรือลดกำลังผลิตชั่วคราว เพราะข้อมูลที่ได้จะไม่สะท้อนสภาพจริง ผลที่ได้อาจไม่สะท้อนสภาพการดำเนินงานตามปกติ
  • เตรียมข้อมูลโรงงานให้ทีมงาน ผังโรงงาน รายชื่อกระบวนการผลิตหลัก ระบบบำบัดที่มีอยู่ และประวัติข้อร้องเรียนหรือจุดที่เคยมีปัญหากลิ่น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมงานวางแผนจุดเก็บตัวอย่างได้เหมาะกับวัตถุประสงค์และหน้างาน
  • เลือกช่วงเวลาที่กลิ่นมักเกิดจริง บางโรงงานมีกลิ่นมากในช่วงเช้า บางแห่งมีช่วงเดินเครื่องเต็มกำลัง หรือช่วงที่ระบบบำบัดล้างตัวเอง การเก็บตัวอย่างในช่วงที่กลิ่นมักเกิดขึ้นจริงจะให้ข้อมูลที่ตรงกับปัญหามากที่สุด
  • ต้องการข้อมูลอะไร ต้องการรู้ว่าค่าผ่านเกณฑ์กฎหมายหรือไม่ ต้องการหาต้นเหตุ หรือต้องการดูว่าระบบบำบัดทำงานดีพอ วัตถุประสงค์ที่ชัดช่วยให้ทีมงานออกแบบจุดเก็บตัวอย่างได้ตรงกับสิ่งที่โรงงานต้องการรู้จริงๆ

เลือกผู้ให้บริการรับตรวจกลิ่นอย่างไร

  • ตรวจสอบวิธีและคุณสมบัติผู้ทดสอบ ผู้ให้บริการควรอธิบายวิธีคัดเลือกผู้ทดสอบ จำนวนผู้ทดสอบ การควบคุมตัวอย่าง และเอกสารที่ใช้กับงานนั้น เอ็นไวเซ้นส์ ใช้ Triangle Odor Bag Method กับผู้ทดสอบ 6 คนตามแนวปฏิบัติตามคู่มือการตรวจวัดกลิ่นของกรมควบคุมมลพิษ
  • ทีมงานต้องสำรวจหน้างานก่อนกำหนดจุดเก็บตัวอย่าง การเลือกจุดที่ถูกต้องส่งผลโดยตรงต่อความหมายของผลที่ได้ ผู้ให้บริการควรขอข้อมูลหน้างานให้เพียงพอ และลงสำรวจเมื่อจำเป็นต่อการกำหนดจุดเก็บตัวอย่าง
  • รายงานต้องบอกได้มากกว่าค่า OU/m³ รายงานควรแสดงผล กราฟหรือข้อมูลประกอบ การแปลผล และข้อเสนอแนะตามขอบเขต โดยไม่สรุปแหล่งกำเนิดหรือประสิทธิภาพระบบเกินหลักฐาน เพื่อให้โรงงานนำข้อมูลไปวางแผนได้ต่อเนื่อง

ผลจากการรับตรวจกลิ่นนำไปใช้ต่อได้อย่างไร

ผลการตรวจวัดกลิ่นที่ดีใช้ได้หลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับสิ่งที่โรงงานเองต้องการรู้ตั้งแต่ต้น หากตรวจเพื่อตรวจวัดตามมาตรฐาน ผลที่ได้จึงต้องเปรียบเทียบกับเกณฑ์และตำแหน่งตรวจที่ใช้กับประเภทกิจการนั้น และอาจใช้ประกอบการชี้แจงต่อหน่วยงานตามขอบเขตของวิธีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากตรวจเพื่อเปรียบเทียบจุดที่สงสัย ผลช่วยแสดงค่าของตัวอย่างแต่ละจุดในช่วงเก็บตัวอย่าง แต่ต้องพิจารณาเวลา ลม และข้อมูลหน้างานก่อนจัดลำดับการตรวจสอบ หากตรวจเพื่อประเมินระบบบำบัด ผลก่อนและหลังระบบบอกได้เป็นตัวเลขว่าระบบลดกลิ่นได้มากน้อยแค่ไหน และยังเพียงพอหรือควรปรับปรุง

สำหรับโรงงานที่ต้องการติดตามสถานการณ์กลิ่นระหว่างรอบการตรวจวัด E-nose Station ช่วยให้เห็นแนวโน้มกลิ่นต่อเนื่อง และแจ้งเตือนตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อให้ทีมตรวจสอบเหตุการณ์ได้เร็วขึ้น เอ็นไวเซ้นส์ ให้บริการตรวจวัดกลิ่นรบกวน ค้นหาสาเหตุ และวางแผนแก้ไขปัญหากลิ่น พร้อมเสนอแนวทางที่นำไปปฏิบัติได้จริงสำหรับแต่ละโรงงาน

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอประเมินงาน

  • ประเภทกิจการและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกลิ่น
  • ลักษณะกลิ่น จุดที่สงสัย และตำแหน่งที่ได้รับผล เช่น ปล่อง แนวรั้ว หรือชุมชน
  • ช่วงเวลา ความถี่ และกิจกรรมที่เกิดร่วมกับเหตุการณ์
  • วัตถุประสงค์ของผล เช่น ตรวจตามข้อกำหนด เปรียบเทียบระบบบำบัด หรือแก้ข้อร้องเรียน
  • ข้อมูลความปลอดภัยของตัวอย่างและสารที่อาจเกี่ยวข้อง

ตัวอย่างแบบใดไม่ควรส่งให้ผู้ทดสอบดม

Sensory Test เหมาะกับตัวอย่างที่ผ่านการคัดกรองแล้วว่าปลอดภัยต่อผู้ทดสอบ โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่ในแนบท้ายประกาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เช่น กลิ่นจากอาหารหรือเครื่องดื่มในขอบเขตที่เหมาะสม หากเกี่ยวข้องกับสารเคมี พลาสติกหลอม โรงงานรีไซเคิล บ่อขยะ หรือโรงคัดแยก และยังประเมินอันตรายไม่ได้ ควรใช้ข้อมูลจาก E-Nose หรือเครื่องมืออื่นคัดกรองก่อน ไม่ควรให้ผู้ทดสอบสัมผัสตัวอย่างโดยตรงเพียงเพื่อให้ได้ผล Sensory

สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ

ผลส่งมอบมาตรฐานของ เอ็นไวเซ้นส์ คือรายงาน PDF กราฟหรือผลที่แสดงภาพ การแปลผล การวิเคราะห์ และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขตามขอบเขตงาน

อ่านรายละเอียดวิธีที่ บริการทดสอบกลิ่น Sensory Test หากกลิ่นเกิดไม่แน่นอนหรือมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ดู Mobile ENVI, ENVI Station หรือ บริการตรวจวัดกลิ่นของ เอ็นไวเซ้นส์

ทบทวนเนื้อหาด้านเทคนิคโดย ธีรภัทร์ พบครุฑ
กรรมการและนักวิจัยเทคโนโลยีจมูกอิเล็กทรอนิกส์ด้านการตรวจวัดสิ่งแวดล้อม ผู้พัฒนาการประยุกต์ใช้ E-Nose สำหรับงานสิ่งแวดล้อมและมีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. รับตรวจกลิ่นด้วย Sensory Test ใช้เวลากี่วัน

    การเก็บตัวอย่างหน้างานใช้เวลาประมาณ 1 วัน ส่วนการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการจะใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังเก็บตัวอย่าง การจัดทำรายงานขึ้นอยู่กับจำนวนจุดและขอบเขตงาน แนะนำนัดหมายล่วงหน้าและเลือกช่วงเวลาที่กลิ่นมักเกิดขึ้นจริงในโรงงาน

  2. ควรตรวจกลิ่นบ่อยแค่ไหน

    กฎหมายไม่ได้กำหนดความถี่ตายตัว แต่ความถี่ควรกำหนดจากข้อกำหนดที่ใช้กับกิจการ วัตถุประสงค์ ความเสี่ยง การเปลี่ยนกระบวนการ และประวัติข้อร้องเรียน ไม่ควรกำหนดรอบเดียวให้ทุกโรงงาน

  3. ผลจากการตรวจกลิ่นใช้ประกอบการชี้แจงต่อหน่วยงานได้หรือไม่

    สามารถใช้ประกอบการชี้แจงได้เมื่อวิธี จุดเก็บตัวอย่าง ประเภทกิจการ ผู้ปฏิบัติงาน และเอกสารรายงานสอดคล้องตามมาตรฐานกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

  4. โรงงานที่ยังไม่มีข้อร้องเรียนควรรับตรวจกลิ่นไหม

    ขึ้นกับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์ การมี Baseline ช่วยให้มีข้อมูลของช่วงที่ตรวจไว้เปรียบเทียบภายหลัง เพื่อจะได้สอบย้อนกลับไปได้ว่ากิจกรรมใดที่ทำให้กลิ่นเพิ่มขึ้น

  5. การตรวจกลิ่นด้วย Sensory Test ต่างจากติดตั้ง E-Nose อย่างไร

    การตรวจกลิ่นด้วย Sensory Test ให้ค่า OU/m³ ที่อ้างอิงมาตรฐานกฎหมายได้ เหมาะกับงานในเชิงมาตรฐาน และโรงงานที่อยู่ในแนบท้ายประกาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะการประเมินแหล่งกำเนิดกลิ่น เช่น ปล่องระบาย ส่วน E-Nose เหมาะกับการเฝ้าระวังต่อเนื่องและดูแนวโน้มกลิ่นตลอดเวลา รวมถึงการวางแผนแก้ไขปัญหา ในงานจริงมักใช้ร่วมกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *